ระวัง! 4 ความเชื่อ เลี้ยงลูกแบบผิดๆอาจส่งผลเสียต่อเด็กได้

ระวัง! 4 ความเชื่อ เลี้ยงลูกแบบผิดๆอาจส่งผลเสียต่อเด็กได้



ความเชื่อเรื่องการเลี้ยงลูกมีในทุกยุคค่ะ แม้แต่ปัจจุบันที่เทคโนโลยีก้าวหน้า แต่ก็ยังมีหลายคนที่ฟังมา เชื่อว่า และทำตาม ซึ่งหลายความเชื่อก็อันตรายจนอาจทำให้ลูกทารกของเราเสียชีวิตได้นะคะ กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะมาแก้ไข 4 ความเชื่อผิด ๆ ให้กลายเป็นถูก เพื่อให้พทอแม่มือใหม่เลี้ยงลูกทารกได้อย่างปลอดภัย และพัฒนาการดีค่ะ

ระวัง! 4 ความเชื่อ เลี้ยงลูกแบบผิดๆอาจส่งผลเสียต่อเด็กได้


4 ความเชื่อแบบผิดๆ ที่อาจส่งผลเสียต่อเด็ก

1.ความเชื่อที่ว่า ‘ทารกตัวเหลืองเพราะไม่ได้กินน้ำ' จริงหรือ?

ไม่จริงค่ะ เด็กแรกเกิดที่มีภาวะตัวเหลือง ไม่ต้องดื่มน้ำเปล่า ภาวะตัวเหลืองเป็นภาวะปกติที่พบได้ในทารกแรกเกิด 2-3 วันหลังคลอดค่ะ โดยเฉพาะทารกที่คลอดก่อนกำหนด และมักหายไปได้เองภายใน 2 สัปดาห์ โดยไม่มีอันตราย

สาเหตุที่ทำให้ทารกตัวเหลือง เป็นเพราะมีสารสีเหลืองที่เรียกว่า "บิลิรูบิน" ในเลือดสูงกว่าปกติ ซึ่งจะถูกกำจัดออกจากร่างกายทางตับ แต่ตับของทารกแรกเกิดยังทำงานไม่เต็มที่ ทำให้ต้องใช้วิธีขับสารเหลืองออกจากร่างกายผ่านการอุจจาระ (อ่านเรื่องภาวะตัวเหลืองเพิ่มเติม > ภาวะทารกตาและตัวเหลือง อันตรายที่พ่อแม่ควรรู้)

นอกจากนี้ การป้อนน้ำให้เด็กอายุต่ำกว่า 6 เดือนก็อาจทำให้เกิดการติดเชื้อ และเกิดอันตรายได้เช่นกัน (อ่านเรื่องอันตรายจากการป้อนน้ำเด็กเล็กเพิ่มเติม > ไขข้อสงสัย! ทำไมห้ามป้อนน้ำเด็กอายุต่ำกว่า 6 เดือน)


ระวัง! 4 ความเชื่อ เลี้ยงลูกแบบผิดๆอาจส่งผลเสียต่อเด็กได้


2. ความเชื่อที่ว่า ‘ดัดขาลูก โตไปจะได้ไม่ขาโก่ง 'จริงหรือ?

ไม่จริงค่ะ เพราะการดัดขาให้ลูกอาจจะส่งผลเสียได้ เช่น ทำแรงไปจนฝืนสรีระที่ปกติของเด็ก อาจเกิดกระดูกหัก หรือข้อเคลื่อนหลุดได้ แต่ถ้าขาลูกโก่งผิดปกติจริง ๆ อาจเกิดจากเนื้อกระดูกผิดปกติ ซึ่งมักพบในเด็กที่เป็นโรคกระดูกอ่อน ข้อเข่าเสื่อม หรือเกิดจากความผิดปกติของข้อสะโพก เวลายืนหรือเดินเด็กจะหมุนขาเข้าใน หรือหลังอายุ 3 ปี ไปแล้ว ขาลูกยังมีลักษณะโก่ง มีอาการเท้าปุก แนะนำให้คุณแม่พาลูกไปพบกุมารแพทย์เพื่อหาสาเหตุ

ลักษณะกระดูกขาเด็กแรกคลอดจะโค้งงออยู่แล้ว ในเด็กที่อายุน้อยกว่า 2 ปีจะพบว่ามีอาการขาโก่ง คือบริเวณเข่างอโค้งออก ขาจะทำมุมชี้ออกด้านนอก แต่เด็กจะเดินไม่กะเผลก เมื่อโตขึ้น รูปร่างของกระดูกขาจะเปลี่ยนไปค่อย ๆ ตรงขึ้นเรื่อย ๆ โดยในช่วงอายุ 3-4 ปี เด็กบางคนอาจจะมีภาวะขาฉิ่งหรือขาเป็ด หลังจากนั้นขาและเข่าของเด็กจะตรงเป็นปกติในที่สุด ส่วนใหญ่มักไม่เกิน 7 ปี


ระวัง! 4 ความเชื่อ เลี้ยงลูกแบบผิดๆอาจส่งผลเสียต่อเด็กได้


3. ความเชื่อที่ว่า ‘เอาผ้าอ้อมเปียกฉี่กวาดลิ้นจะได้ไม่เป็นฝ้าขาว' จริงหรือ?

ไม่จริงค่ะ เดิมคนโบราณเชื่อกันว่า น้ำปัสสาวะด็กสะอาดไม่น่าจะมีเชื้อโรค แต่ในปัจจุบันเราทราบกันดีว่า ปัสสาวะอาจมีเชื้อโรคได้ อีกทั้งเรามีน้ำสะอาด คือน้ำต้มสุก ดังนั้น ควรใช้น้ำสะอาดเช็ดลิ้นลูกจะดีที่สุด โดยวิธีการคือ คุณแม่ต้องล้างมือให้สะอาดทุกครั้งก่อนที่จะเช็ดลิ้นให้ลูก ใช้ผ้าก๊อซหรือผ้าสะอาดชุบน้ำต้มสุกที่เย็นแล้ว พอหมาด ๆ เช็ดเบา ๆ ให้ทั่วทั้งปากตั้งแต่โคนลิ้นไปจนถึงปลายลิ้น ทั้งด้านบนและด้านล่าง รวมไปถึงกระพุ้งแก้ม และเพดานปาก

ทารกแรกเกิดกินนมเป็นหลักจึงทำให้มีฝ้าขาวที่ลิ้นเป็นปกติค่ะ ถ้าคุณแม่ไม่เช็ดออกอาจจะจับตัวหนาขึ้นได้ และถ้าฝ้าหนามากจนทำให้เด็กไม่ดูดนม เจ็บลิ้น ต้องระวังว่าอาจเป็น "เชื้อรา" ซึ่งหากมีอาการดังกล่าวควรปรึกษาแพทย์


ระวัง! 4 ความเชื่อ เลี้ยงลูกแบบผิดๆอาจส่งผลเสียต่อเด็กได้


4. ความเชื่อที่ว่า ‘ให้นอนคว่ำ หัวสวย นอนได้นาน' จริงหรือ?

ไม่จริงค่ะ เพราะจริง ๆ แล้วการนอนคว่ำมีผลการศึกษาพบว่า การนอนคว่ำในเด็กอายุ 1-4 เดือน มีโอกาสเกิดภาวะ "SIDS (Sudden Infant Death Syndrome) โดยสันนิษฐานว่า การนอนคว่ำทำให้เกิดการกดทับบริเวณหน้าอกของเด็ก เด็กจะหายใจลำบากขึ้น โดยเฉพาะเด็กทารกที่นอนบนเตียงนิ่ม ๆ หรือมีเครื่องนอน เช่น ตุ๊กตา หรือหมอนอยู่ใกล้ ๆ ใบหน้า หรือบางครั้งเมื่อลูกดูดนมเสร็จ แม่ไปจับนอนคว่ำ อาจทำให้สำลักนมออกมา โดยเราไม่ทันสังเกตก็เกิดอันตรายกับเด็กได้

ดังนั้น การนอนที่ปลอดภัยในเด็กอายุน้อยกว่า 6 เดือน-1 ปี ควรเป็นการนอนตะแคงหรือนอนหงาย อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่า เราจับลูกนอนคว่ำไม่ได้นะคะ ในเวลากลางวัน เราสามารถให้ลูกนอนคว่ำเล่นได้ โดยที่เราดูแลใกล้ชิด เพื่อฝึกพัฒนากล้ามเนื้อคอและหลังของเด็ก ซึ่งข้อควรระวัง คือ ควรทำห่างจากมื้อนม 1-2 ชั่วโมง (ป้องกันเด็กอาเจียนหรือสำลัก) และเบาะสำหรับเด็กต้องเป็นเบาะที่มีความแข็งกำลังดี ฟูกหรือหมอน ต้องไม่หนานุ่มหรือมีขนาดใหญ่

พญ.สินดี จำเริญนุสิต
กุมารเวชศาสตร์พัฒนาการและพฤติกรรม



เครดิตแหล่งข้อมูล : rakluke

เครดิต :
 

ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
เช็คเบอร์มือถือ คลิ๊กเลย ++
กระทู้เด็ดน่าแชร์