เมื่อลูกน้อยเป็นผดผื่น

เมื่อลูกน้อยเป็นผดผื่น

ผิวหนังของเด็กมีความบอบบาง ผื่นที่ผิวหนังหรือผิวหนังอักเสบ เป็นปัญหาที่พบบ่อยในเด็ก โดยเฉพาะในเด็ก เล็ก โดยทั่วไป ผื่นเมื่อลูกน้อยเป็นผดผื่นที่มีเเบคทีเรียแทรกซ้อนตามมา ทำให้ผื่นมีลักษณะเป็นตุ่มหนองที่เรียกว่า “พุพอง” หรือเกิดเป็นฝีหนองได้สาเหตุของผื่นที่ผิวหนังในเด็ก ส่วนใหญ่มาจากการแพ้ มีชื่อเรียกต่างๆ กัน ตามสาเหตุและบริเวณที่เป็นผื่น

   1. ผื่นอากาศร้อน 

ส่วนใหญ่มักจะเกิดในช่วงหน้าร้อน ที่เด็กเล็กเป็นบ่อยเพราะต่อมเหงื่อยังพัฒนาไม่เต็มที่เหมือนผู้ใหญ่ เมื่อมีเหงื่อจึงทำให้เกิดการอุดตันของท่อเหงื่อด้านใน และมักจะเกิดขึ้นบริเวณหน้าผาก คอ ข้อพับ และผิวใต้ผ้าอ้อม ซึ่งผดผื่นหน้าร้อนที่พบบ่อยจะมี 3 ลักษณะด้วยกันคือ ผดแดง ตุ่มนูนสีแดงอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม ผดใส ตุ่มพองใสเม็ดเล็กมีน้ำอยู่ด้านใน หากตุ่มแตกจะเป็นสะเก็ดหรือเป็นขุย และผดตุ่มหนอง ตุ่มขนาดเล็ก หากติดเชื้อที่ผิวหนังตุ่มจะมีขนาดใหญ่เล็กต่างกัน และผิวหนังโดยรอบจะมีสีแดงอักเสบ หากเป็นผดตุ่มหนองคุณแม่ควรพาลูกไปพบคุณหมอนะคะ

 

วิธีการดูแลรักษา

อย่าให้ลูกเกาเชียวค่ะ เพราะอาจจะถลอกเป็นแผลติดเชื้อได้ คุณแม่ควรใช้ผ้าชุบน้ำเย็นลูบที่ผิวบ่อยๆ เพื่อช่วยบรรเทาอาการคันและช่วยให้ผิวบริเวณนั้นเย็นลง อาจจะใช้แป้งน้ำคาลาไมน์ทาบางๆ และอาบน้ำให้ลูกสบายตัวและเลือกสวมเสื้อผ้าที่โปร่ง โล่งสบายให้ลูกนะคะ   

 

   2. ผื่นผ้าอ้อม

ท็อปฮิตไม่แพ้กับผดผื่นหน้าร้อนเลยค่ะ สาเหตุเกิดจากความชื้นบวกกับเชื้อโรคที่มาพร้อมกับผ้าอ้อม เพราะทั้งปัสสาวะและอุจจาระมีเชื้อโรค ที่เมื่อหมักหมมกับผ้าอ้อมและเสียดสีกับผิวหนังบางๆ เป็นเวลานาน ก็ทำให้ผิวบริเวณนั้นระคายเคืองและเกิดเป็นผื่นได้ง่าย
ผื่นผ้าอ้อมส่วนใหญ่มักจะเกิดขึ้นที่ก้น อวัยวะเพศ ต้นขาและหน้าท้องส่วนล่าง โดยผื่นที่เกิดขึ้นจะขึ้นเป็นปื้นหรือเป็นหย่อมๆ ผิวบริเวณนั้นจะแดงและอาจจะมีตุ่มสีแดงเล็กๆ หรือตุ่มใส ซึ่งหากตุ่มใสแตกจะเป็นรอยถลอกและเป็นขุย ซึ่งจะทำให้ลูกรู้สึกไม่สบายตัวและระคายเคือง

 

วิธีการดูแลรักษา

รักษาให้ผิวบริเวณที่เป็นผดผื่นแห้งสะอาดอยู่เสมอ ช่วงนี้ควรหมั่นเปลี่ยนผ้าอ้อมและทำความสะอาดทุกครั้งก่อนใส่ผ้าอ้อมผืนใหม่ เพราะผิวหนังที่อับชื้นเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาให้ผื่นยิ่งขึ้น หรือแนะนำให้ใช้ผ้าอ้อมผ้าหรือให้ลูกเปลือยบ้างเพื่อให้ผิวได้ระบายอากาศ

ส่วนครีมที่ช่วยลดอาการบวมแดงของผื่นผ้าอ้อมใช้ได้ แต่ไม่ควรใช้ติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน แล้วหากเป็นผื่นนานกว่า 3 วันควรไปพบคุณหมอเพราะอาจจะติดเชื้อราได้นะคะ

 


เมื่อลูกน้อยเป็นผดผื่น

    3. ผื่นภูมิแพ้

มักจะเกิดขึ้นกับเด็กที่เป็นโรคภูมิแพ้ค่ะ โดยผื่นภูมิแพ้เกิดขึ้นได้หลายลักษณะและหลายระยะ โดยอาจจะเริ่มที่ตุ่มเล็ก แดง มีอาการคัน หรือบางคนอาจจะเป็นตุ่มน้ำใส เมื่อตุ่มแตกจะยิ่งทำให้คัน หากเกาจนผื่นลุกลามก็จะกลายเป็นแผลแฉะจนเป็นแผลติดเชื้อได้  ผื่นภูมิแพ้มักจะขึ้นบริเวณแก้ม ใบหน้า แขนและขา ที่เด็กสัมผัสกับสิ่งต่างๆ แต่กับเด็กอายุ 3-4 ขวบ มักจะเป็นผื่นที่ข้อพับ ซอกคอ แขนและขา ซึ่งผื่นภูมิแพ้มักจะเป็นๆ หายๆ ยิ่งเมื่อมีเหงื่อก็จะกระตุ้นให้ผื่นยิ่งขึ้นมากกว่าปกติค่ะ
 

วิธีการดูแลรักษา

คุณแม่ควรพาลูกไปพบคุณหมอและปฏิบัติตามที่คุณหมอแนะนำ ซึ่งช่วงที่เป็นผื่นไม่ควรให้ลูกสวมเสื้อผ้าหนาหรือทาครีมที่จะทำให้ระคายเคืองผิว เพราะยิ่งกระตุ้นอาการคันให้มากขึ้นไปอีก ควรสวมเสื้อผ้าที่ระบายอากาศจะดีกว่าค่ะ
  

ข้อสังเกตผื่นภูมิแพ้

ผื่นภูมิแพ้อาจจะคล้ายกับผื่นทั่วไป แต่จุดที่ต้องสังเกตเพิ่มคือผิวลูกจะแห้งและแพ้ง่ายกว่าปกติ และที่สำคัญคือ มักเกิดกับเด็กที่คนในครอบครัวเป็นโรคภูมิแพ้ด้วยค่ะ

 

 

   4. ผื่นลมพิษ

จะมีลักษณะเป็นผื่นบวมแดง มีขอบนูนชัดเจน จะเป็นๆ หายๆ มีอาการคัน ยิ่งถ้าลูกเกาก็จะยิ่งกระตุ้นให้มีผื่นมากขึ้นและคันมากขึ้น สาเหตุของลมพิษนั้นเกิดจากการแพ้สารเคมีหรือแพ้อาหารเป็นส่วนใหญ่ค่ะ

วิธีการดูแลรักษา         

พาลูกไปพบคุณหมอเพื่อจะได้ทราบว่ามีปัจจัยหรือสิ่งกระตุ้นใดที่ทำให้เกิดผื่นลมพิษ และคุณแม่ควรหลีกเลี่ยงจากสิ่งกระตุ้นนั้นค่ะ
เลี้ยงเจ้าหนูวัยอุแว้ไม่ยากและน่ากังวลไปเสียทุกเรื่องอย่างที่คิดนะคะ เพราะหากรู้สาเหตุและที่มาของอาการของลูกน้อยบวกกับการมีสติ ก็จะสามารถดูแลลูกได้ด้วยตัวเองในเบื้องต้นได้ค่ะ


ขอขอบคุณข้อมูล และภาพจาก เพจ MamyMedia

ข่าวดาราบน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์