โรงเรียนอนุบาลในฝันที่น่าเรียนสุด ๆ

โรงเรียนอนุบาลในฝันที่น่าเรียนสุด ๆ

ปัจจัยในการเลือกโรงเรียนอนุบาลของพ่อแม่แต่ละคนอาจให้ความแตกต่างกันไป เช่น คำนึงถึงเรื่องการเดินทาง หลักสูตรการสอน สภาพแวดล้อม ค่าใช้จ่าย ฯลฯ ซึ่งเชื่อว่าตอบโจทย์ความต้องการของพ่อแม่ไม่ได้ครบทุกข้อแน่ ๆ

ใครเคยจินตนาการโรงเรียนอนุบาลในฝันของลูกตัวเล็ก ๆ กันไหมคะ ว่าอยากให้โรงเรียนแรกของลูกเป็นแบบไหน


โรงเรียนอนุบาลในฝันที่น่าเรียนสุด ๆ

"ปล่อยโล่ง และอิสระต่อการวิ่งเล่นของเด็ก" แนวคิดนี้เกิดขึ้นในโรงเรียนอนุบาลญี่ปุ่นที่ชื่อ "FUJI" "โรงเรียนแห่งนี้ไม่มีกำแพงหนา ๆ และไม่มีรั้วกั้นกับภายนอกโรงเรียน แนวคิดจากการออกแบบโรงเรียนนี้ เริ่มต้นเมื่อปี 2007 ที่ออกแบบอาคารเรียนเป็นวงกลม มีรูปร่างคล้ายโดนัท โดยสร้างให้ส่วนบนของอาคารเป็นลานอเนกประสงค์ที่ปล่อยให้เด็ก ๆ วิ่งได้อย่างอิสระ เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้และเล่นสนุก เราจะมองเห็นว่า แม้เด็ก ๆ จะเดินไปทางไหน หรือจะะวิ่งเล่นตรงไหน สุดท้ายก็จะวนกลับมาที่เดิม

โรงเรียนอนุบาลในฝันที่น่าเรียนสุด ๆ

การออกแบบยังคงคำนึงเรื่องความปลอดภัยของเด็ก ๆ ที่ระหว่างชั้นบนกับชั้นล่างจะเป็นเพดานเตี้ย ไม่สูงมาก ในส่วนที่มีความเสี่ยงชั้นบนจะมีรั้วเหล็กกั้นขอบเอาไว้เพื่อป้องกันอันตราย และเพื่อให้เด็ก ๆ รู้สึกโปร่งโล่ง สบาย และไม่รู้สึกอึดอัด ซึ่งเป็นอีกหนึ่งแนวคิดที่เข้าใจว่าเด็กเล็กมักไม่ชอบอยู่ในที่แคบนาน ๆ

โรงเรียนอนุบาลในฝันที่น่าเรียนสุด ๆ

พื้นที่ห้องเรียนทุกห้องจะถูกสร้างขึ้นให้สอดรับกับต้นไม้ใหญ่ โล่งโปร่ง เป็นห้องเรียนแบบเปิด ที่เด็ก ๆ สามารถเล่นหรือเดินได้อย่างอิสระ "ทุกอย่างถูกคิดค้นมาเพื่อการเรียนรู้และการเจริญเติบโตของเด็กที่ดีที่สุด"

โรงเรียนอนุบาลในฝันที่น่าเรียนสุด ๆ

นอกจากอาคารเรียนทรงกลมแล้ว ส่วนเพิ่มเติมจากอาคารที่ดูคล้ายกับเป็นเครื่องเล่นก็ยังเป็นทรงกลมที่มีความสูงเพียง 5 เมตรแต่มีขั้นบันได้ให้ปีนป่ายเป็นชั้นเตี้ย ๆ ถึง 7 ชั้น รอบล้อมต้นไม้ใหญ่ เพราะนิสัยของเด็ก ๆ คือการไม่อยู่นิ่งและชอบปีนป่าย

โรงเรียนอนุบาลในฝันที่น่าเรียนสุด ๆ

แนวคิดเหล่านี้ มาจากคำบอกเล่าของ "ทาคาฮารุ เทซึกะ" สถาปนิกชาวญี่ปุ่นผู้ออกแบบโรงเรียนอนุบาลแห่งนี้ บนเวที TED Kyoto และเขายังได้กล่าวอีกว่า "เด็กสมัยนี้มักจะไม่พบเจอกับภาวะเสี่ยงหรืออันตราย การสร้างพื้นที่เหล่านี้ทำให้เด็กเรียนรู้ที่จะช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เพื่อจะได้มีภูมิคุ้มกัน และสามารถคิดแก้ไขปัญหาได้เองในอนาคต"

รวมถึงแนวคิดจากครูใหญ่ที่บอกว่า "เราควรปล่อยให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้เองและอย่าพยายามไปควบคุมพฤติกรรม อย่าพยายามปกป้องจนเกินไป เพราะในบางครั้งเด็กก็จะต้องรู้จักการหกล้ม หกคะเมนบ้าง ต้องรู้จักเจ็บและมีบาดแผล ถึงจะรู้จักการใช้ชีวิตให้อยู่ในสังคมได้อย่างแข็งแรงและปลอดภัย"

นี่แหละคือแนวคิดที่จุดประกายของโรงเรียนอนุบาลแห่งนี้ ที่ตอบโจทย์ความเข้าใจในพฤติกรรมของเด็ก และเพื่อปลูกฝังทัศนคติของเด็กญี่ปุ่น ให้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่เข้มแข็ง ประสบความสำเร็จในอนาคต


เครดิต : ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เพจ TheAsianParent Thailand

ข่าวดาราบน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์