อยากส่งลูกเรียนอินเตอร์ เลือกโรงเรียนอย่างไรให้คุ้มค่า

อยากส่งลูกเรียนอินเตอร์ เลือกโรงเรียนอย่างไรให้คุ้มค่า


ในยุคการสื่อสารไร้พรมแดน คุณพ่อคุณแม่คงมีแผนส่งลูกน้อยเข้าโรงเรียนนานาชาติ เพื่อเตรียมพร้อมทักษะด้านภาษาที่ 2 หรือ 3 กันอยู่ใช่ไหมคะ แต่ อย่างที่ทราบกันว่าหลักสูตรนานาชาติก็มีค่าใช้จ่ายที่สูง แล้วเราจะแน่ใจได้อย่างไรว่า โรงเรียนไหนได้มาตรฐาน และคุ้มค่ากับเงินที่เราจ่ายไปมากที่สุด

หลักๆที่ต้องพิจารณาในการ เลือกโรงเรียนนานาชาติ ก็คือ ระบบการศึกษา ครูผู้สอน บรรยากาศ และค่าใช้จ่าย ซึ่งความจริงแล้ว สิ่งที่พ่อแม่คาดหวังไม่ใช่แค่ ทักษะภาษา และวิชาการความรู้ แต่ลูกต้องได้เกิดกระบวนการเรียนรู้และมีพัฒนาการที่ดีเยี่ยม ทั้งร่างกาย อารมณ์ สังคม สติปัญญา

ซึ่ง โรงเรียนนานาชาติบรอมส์โกรฟ ( Bromsgrove International School Thailand หรือ BIST ) ได้ให้ความสำคัญกับ พัฒนาการและการสร้างเสริมลักษณะนิสัยที่ดีให้กับเด็ก โดยเริ่มตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาลเลยทีเดียว จึงขอแนะแนวคุณพ่อคุณแม่ ถึงการ เลือกโรงเรียนนานาชาติ ให้ลูก ดังนี้ค่ะ

อยากส่งลูกเรียนอินเตอร์ เลือกโรงเรียนอย่างไรให้คุ้มค่า

เล่นคือเรียน เรียนต้องสนุกเหมือนเล่น
การเล่น คือ เคล็ดลับทำให้เจ้าตัวเล็กเติบโตอย่างมีประสิทธิภาพ ยิ่งเล่นยิ่งช่วยกระตุ้น เซลล์ประสาทในสมอง ให้คิด วิเคราะห์ จดจำได้ดี เด็กวัยอนุบาลจึงควรเรียนรู้ผ่านกิจกรรม เพื่อพัฒนาสมอง EQ รู้จักการแบ่งปัน เข้าสังคม ทำงานเป็นทีม และกล้าที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ดังนั้น ควรพิจารณาเลือก โรงเรียนอนุบาลนานาชาติ ที่สนับสนุนให้เด็กเล่น ทั้งในร่มและกลางแจ้ง เปิดโอกาสให้ทดลองทำกิจกรรมที่หลากหลาย ได้เล่นเลอะมอมแมม แล้วการมาโรงเรียนจะเป็นเรื่องที่สนุกในทุกๆ วัน

จำนวนนักเรียนต่อห้องสร้างบรรยากาศการเรียนรู้

ถ้าอยากให้ลูกรักเรียนรู้อย่างราบรื่น มีประสิทธิภาพมากที่สุด ต้องคำนึงถึงจำนวนเพื่อนร่วมชั้นเรียนด้วย ยิ่งในระดับชั้นอนุบาลแล้ว จำนวนนักเรียนในแต่ละห้องไม่ควรมีมากจนเกินไป และควรมีจำนวนคุณครูหรือผู้ใหญ่ที่ดูแลเด็กต่อห้องอย่างเหมาะสม ข้อดีคือ ปฏิสัมพันธ์ในห้องเรียนเป็นไปอย่างทั่วถึง เด็กมีส่วนร่วมในชั้นเรียนอย่างเต็มที่ คุณครูรู้จักเด็กทุกคน สามารถติดตามดูแลเรื่องพัฒนาการด้านต่างๆ อย่างใกล้ชิด ได้เอาใจใส่นักเรียนอย่างทั่วถึงในระดับรายบุคคล

อยากส่งลูกเรียนอินเตอร์ เลือกโรงเรียนอย่างไรให้คุ้มค่า

อย่ามองข้าม! เรื่องความสะอาดและมาตรการป้องกันโรคติดต่อ
ธรรมชาติของเด็กๆ เมื่ออยู่ร่วมกัน เมื่อมีคนใดคนหนึ่งไม่สบาย เชื้อโรคจะแพร่กระจายได้ง่าย จึงเป็นเรื่องสำคัญที่โรงเรียนต้องมีมาตรการด้านความสะอาด และการควบคุมโรคติดต่ออย่างเข้มงวด ต้องทำความสะอาดของเล่น ของใช้และห้องเรียนอย่างสม่ำเสมอ มีการตรวจวัดอุณหภูมิก่อนเข้าโรงเรียน ปลูกฝังอุปนิสัยการล้างมือ มีพยาบาลวิชาชีพประจำที่โรงเรียน และคุณครูต้องมีความรู้เกี่ยวกับโรคติดต่อ ทันเหตุการณ์ มีการทำความสะอาดใหญ่ (Deep clean) ประจำในช่วงก่อนการเปิดภาคเรียน กำจัดแหล่งน้ำที่อาจเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง ฯลฯ ในขณะเดียวกันพ่อแม่ควรปลูกฝังให้ลูกดูแลสุขภาพอนามัยของตัวเองด้วย

อยากส่งลูกเรียนอินเตอร์ เลือกโรงเรียนอย่างไรให้คุ้มค่า

สื่อสารทันใจ ไม่พลาดทุกพัฒนาการลูก
ความสัมพันธ์อันดีและการทำงานร่วมกันระหว่างโรงเรียนกับผู้ปกครอง เป็นสิ่งสำคัญมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งในระดับเด็กเล็ก ผู้ปกครองต่างก็อยากทราบทุกเรื่องเกี่ยวกับลูกน้อย เช่น ความก้าวหน้าในชั้นเรียน พัฒนาการเด็ก ชอบหรือไม่ชอบอะไร สนิทกับเพื่อนคนไหน พฤติกรรมต่างจากตอนอยู่บ้านหรือเปล่า พฤติกรรมที่น่ายกย่องชมเชย สิ่งที่ต้องเฝ้าระวังดูแลอย่างใกล้ชิด ตลอดจนเรื่องจิตวิทยา เทคนิคการเลี้ยงดูต่างๆ โรงเรียนที่ดีควรสื่อสารเรื่องเหล่านี้กับผู้ปกครองอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้การพัฒนาด้านต่างๆของเด็กเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ทั้งที่บ้านและที่โรงเรียน

สังคมนานาชาติ ผสานความต่าง

ช่วงวัยแรกเกิดจนถึง 6 ปี เป็นช่วงเวลาสำคัญที่สมองสามารถเรียนรู้ภาษาต่างๆได้ดีที่สุด หลายคนคิดว่าโรงเรียนนานาชาติจะมีแต่ความหรูหรา แต่แท้จริงแล้ว จุดเด่นของโรงเรียนนานาชาติ คือ การที่เด็กจะได้มีปฏิสัมพันธ์และสื่อสารกับคนหลากหลายเชื้อชาติ ภาษา นั่นหมายถึงโอกาสในการพัฒนาทักษะด้านการสื่อสาร ซึ่งอาจจะมากกว่า 2 ภาษา ทำให้ลูกสามารถพูด อ่าน เขียน ภาษาต่างชาติได้อย่างคล่องแคล่ว โดยเรียนรู้ผ่านเหตุการณ์ที่พบเจอในชีวิตประจำวัน ลูกจะได้สัมผัสมุมมองความคิดของเพื่อนและคุณครูต่างชาติ วัฒนธรรมที่หลากหลาย ทำให้รู้จักคิดนอกกรอบ ส่งผลให้เขามีความมั่นใจในตัวเอง และกล้าแสดงออกอย่างสร้างสรรค์

อยากส่งลูกเรียนอินเตอร์ เลือกโรงเรียนอย่างไรให้คุ้มค่า

และสำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกในวัยอนุบาล อยากให้ลองพิจารณาหลักสูตร Early Years Foundation Stage (EYFS) Development Matters ซึ่งเป็นหลักสูตรการเรียนการสอนสำหรับเด็กเล็กอายุตั้งแต่ 2-6 ปี ซึ่งเป็นหลักสูตรแห่งชาติของประเทศอังกฤษ เน้นพัฒนาทักษะของเด็กเล็กทั้งหมด 7 ด้าน คือ ทักษะการสื่อสาร การพัฒนาของกล้ามเนื้อมัดเล็กมัดใหญ่ การพัฒนาทางด้านสังคมและอารมณ์ในเชิงบวก การอ่านเขียน คณิตศาสตร์ ความเข้าใจและยอมรับในโลกและสิ่งแวดล้อมรอบตัว การแสดงออกทางด้านศิลปะและดนตรี ซึ่งทักษะเหล่านี้จะถูกสอนและส่งผ่านทางการเล่น การลงมือทำ การทดลอง และเน้นเสริมสร้างอุปนิสัยเชิงบวก ไม่ว่าจะเป็น ความอดทน ไม่ยอมแพ้ต่อปัญหาและอุปสรรค การรักการอ่าน รู้จักแบ่งปัน สามารถทำงานเป็นทีม และอื่นๆ อีกมากมายค่ะ

อยากส่งลูกเรียนอินเตอร์ เลือกโรงเรียนอย่างไรให้คุ้มค่า


ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เพจ TheAsianParent Thailand

ข่าวดาราบน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์