5 อาการยอดฮิตช่วงท้องไตรมาส 3

5 อาการยอดฮิตช่วงท้องไตรมาส 3

อาการบวมระหว่างตั้งครรภ์ช่วงเดือนที่ 8 และ 9

อาการบวมเป็นปฏิกิริยาทางธรรมชาติที่ร่างกายของเรากักเก็บน้ำในเนื้อเยื่อทำให้มีปริมาณของเหลวในร่างกายเพิ่มขึ้น อีกทั้งสารเคมีในกระแสเลือดที่เปลี่ยนไปก็ทำให้ร่างกายดูดซึมของเหลวในปริมาณที่มากขึ้นเช่นกัน

นอกจากนี้ขนาดของมดลูกที่ใหญ่ขึ้นก็ทำให้กระดูกเชิงกรานกดทับเส้นเลือดดำใหญ่ที่ชื่อว่าเวนาคาวา (vena cava) ซึ่งอยู่ทางด้านขวาของร่างกาย ทำให้ไม่สามารถส่งเลือดจากบริเวณหลังช่วงล่างกลับไปที่หัวใจได้สะดวก

โดยส่วนใหญ่เราจะรู้สึกบวมที่บริเวณข้อเท้าและเท้าหากต้องยืนหรือนั่งเป็นระยะเวลานาน บางคนอาจจะรู้สึกว่าแหวนที่สวมตามนิ้วมือคับ หรือมีอาการหน้าบวมร่วมด้วย

อาการบวมที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ มักเกิดจากกิจกรรมต่าง ๆ ในระหว่างวัน เมื่ออากาศเปลี่ยนทั้งร้อนและเย็น อาการบวมก็จะเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าวยิ่งจะทำให้คุณบวมได้มากขึ้น ดิฉันจำได้ว่าอาการเท้าบวมของตัวเองเกิดขึ้นในช่วงตั้งท้องเดือนที่ 8 พอดี จากนั้นมือบวมและชาก็ตามมา และมีอาการหน้าบวมหลังจากตื่นนอน

แม้ว่าอาการบวมอาจทำให้คุณรู้สึกกังวล แต่โดยทั่วไปแล้วอาการบวมระหว่างตั้งครรภ์โดยไม่มีภาวะแทรกซ้อนนั้นไม่ใช่เรื่องที่น่าเป็นห่วงเพราะไม่มีอันตรายต่อคุณและลูกน้อย แต่หากบวมมากเกินไป บางครั้งอาจเป็นเพราะความดันเลือดสูงขึ้น จึงควรหมั่นสังเกตอาการและปรึกษาแพทย์หากคุณรู้สึกกังวลหรือสังเกตว่าอาการบวมของคุณผิดปกติ

วิธีลดอาการบวม

การนอนตะแคงสามารถช่วยลดน้ำหนักที่กดทับกระดูกสันหลังได้ แต่เมื่อเส้นเลือดดำใหญ่ที่ชื่อว่าเวนาคาวา (vena cava) อยู่ทางด้านขวาของร่างกาย ดังนั้นการนอนตะแคงซ้ายจึงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดค่ะ

• ยกขาสูงทุกครั้งที่ทำได้ หากอยู่ที่ทำงานก็ควรหาเก้าอี้ หรือกล่องอะไรก็ได้มาหนุนให้ขาสูงขึ้น
• หลีกเลี่ยงการนั่งไขว่ห้าง
• เปลี่ยนอิริยาบถบ่อย ๆ เพื่อให้เลือดไหลเวียนดีขึ้นตลอดจนยืดขาโดยให้ส้นเท้าแตะพื้นก่อน แล้วค่อย ๆ เหยียดปลายเท้าเพื่อให้กล้ามเนื้อน่องผ่อนคลาย จากนั้นก็ขยับนิ้วเท้าไปมา
• ไม่ควรใส่ถุงเท้าที่รัดแน่น
• ควรเลือกรองเท้าที่สวมใส่สบายและรองรับการขยายตัวของเท้า
• ดื่มน้ำเยอะ ๆ เพื่อให้ร่างกายเก็บน้ำน้อยลง
• รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และควรหลีกเลี่ยงอาหารรสเค็มซึ่งจะทำให้คุณขาดน้ำได้
• ใช้ผ้านวม ผ้าห่ม หรือหมอนใบใหญ่วางซ้อนกันที่ปลายเตียงเพื่อหนุนให้เท้าสูงขึ้น เวลานอนพลิกตัวปลายเท้าก็ยังคงอยู่สูงกว่าระดับหัวใจ
• ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ (แบบเบา ๆ ) เช่น เดิน ว่ายน้ำ ปั่นจักรยานอยู่กับที่

ไม่ต้องกังวลไปนะคะ อาการบวมระหว่างตั้งครรภ์นี้จะหายไปเองหลังจากคลอดลูกค่ะการกดทับเส้นประสาทบริเวณข้อมือ

โรค Carpal Tunnel Syndrome หรือชื่อย่อคือ CTS เป็นโรคที่พบได้บ่อยในกลุ่มคนทำงานในออฟฟิส ที่ต้องใช้มือและข้อมือในการทำงานมาก เช่น โปรแกมเมอร์ แต่ก็พบบ่อยในกรณีของคนท้องเนื่องจากอิทธิพลของฮอร์โมน การที่ร่างกายเปลี่ยนแปลง ทำให้มีการสะสมของน้ำในร่างกายจำนวนมากจนมีอาการการบวมน้ำ โดยเฉพาะในไตรมาสสุดท้ายของการตั้งครรภ์ จะมีน้ำในร่างกายสูงที่สุด จนช่องหรืออุโมงค์ที่ข้อมือแคบลง ทำให้เส้นประสาทที่ไปเลี้ยงบริเวณมือถูกกดทับ จนเนื้อเยื่อบวมจนรู้สึกชา เจ็บ และปวดที่บริเวณปลายนิ้ว หรืออาจจะเป็นทั้งมือได้ สำหรับดิฉันมีอาการมือขวาชาทั้งมือ ส่วนนิ้วกลางมือซ้ายมีอาการขัด เวลางอแล้วรู้สึกเจ็บ ไม่สามารถคลายออกเองได้ ต้องใช้นิ้วอื่น ๆ ที่มือขวาช่วงง้างออกมา สำหรับบางรายอาการชาอาจจะมาถึงแขนและต้นแขน รายที่มีอาการรุนแรงอาจจะรู้สึกล้า และไม่มีแรง หยิบอะไรก็หลุดมือไปหมด แต่คุณหมอบอกว่าไม่ต้องเป็นห่วงไป เพราะเมื่อหลังคลอด พออาการบวมลดลง ช่องที่บริเวณข้อมือก็จะกลับมากว้างเหมือนเดิม อาการชาก็จะหายไปเองค่ะ

วิธีลดอาการปวด

ก่อนอื่นคุณควรหาสาเหตุก่อนว่ากิจกรรมอะไรที่ทำให้คุณรู้สึกชา ปวดตามมือ บางครั้งคุณสามารถป้องกันได้ เช่น ถ้าคุณต้องทำงานกับคอมพิวเตอร์ก็ควรหาที่รองข้อมือเพื่อไม่ให้ข้อมืองอ หรืออาจจะใช้สายรัดช่วยรัดพยุงข้อมือ คุณควรพักเป็นระยะเพื่อยืดข้อมือด้วยนะคะ

แต่ถ้าหากเกิดจากภาวะการตั้งครรภ์แล้วละก็ คุณควรแช่มือในน้ำอุ่น เวลานอนก็พยายามหลีกเลี่ยงการนอนทับมือ ให้วางมือไว้บนหมอนเพื่อหลีกเลี่ยงการกดทับ แต่หากตื่นขึ้นมาแล้วมีอาการชาและปวดก็สะบัดมือจนกว่าจะรู้สึกดีขึ้น นอกจากนี้การฝึกโยคะสามารถช่วยบรรเทาอาการนี้ได้ เนื่องจากเป็นการฝึกมือให้แข็งแรงขึ้นอาการเหนื่อยง่ายเมื่อครรภ์ใหญ่ขึ้น

อาการเหนื่อยง่ายเมื่อครรภ์ใหญ่ขึ้นเกิดขึ้นเนื่องจากมดลูกขยายใหญ่ขึ้นตามขนาดตัวของเด็กที่เติบโตภายในครรภ์ มดลูกจะดันกระเพาะอาหาร และลำไส้ขึ้นบน ส่งผลให้กระบังลมถูกดันสูงขึ้น นอกจากนั้นมดลูกยังดันผนังหน้าท้อง ให้ยื่นออกมา ทั้งกระบังลมและผนังหน้าท้องมีส่วนช่วยในการหายใจ จึงไม่แปลกใจที่คุณจะรู้สึกหายใจลำบากเมื่อครรภ์ใหญ่ขึ้น อาการเหนื่อยง่ายเมื่อครรภ์ใหญ่ขึ้นพบได้บ่อย เนื่องจากหัวใจต้องสูบฉีดเลือดเพิ่มมากขึ้น เลือดบางส่วนต้องไปเลี้ยงลูกในครรภ์ เลือดส่วนที่ไปเลี้ยงบริเวณขาจะไหลกลับสู่หัวใจลำบาก โดยเฉพาะเวลายืน หรือเดิน โดยส่วนตัวแล้วนอกจากจะเหนื่อยเวลาเดิน แล้ว แค่นั่งคุยอยู่เฉย ๆ ก็รู้สึกเหนื่อยแล้วละค่ะ

วิธีลดอาการเหนื่อยง่าย

หากคุณเดินแล้วเหนื่อยหรือเกิดอาการหายใจลำบาก ควรค่อย ๆ นั่งยอง ๆ โดยใช้มือใดมือหนึ่งเกาะเสาหรือหลักให้แน่น ควรสูดหายใจลึก ๆ ให้เต็มปอด เลือดจะกลับสู่หัวใจมากขึ้น และเลือดบางส่วนจะไปเลี้ยงสมองมากขึ้น ช่วยลดอาการเหนื่อยและหายใจลำบากได้ดี

บทความแนะนำ: น้ำหนักควรขึ้นเท่าไหร่ เมื่อตั้งครรภ์

ตะคริว

ดิฉันว่าทุกคนคงเคยเป็นตะคริวเวลาท้องบ้าง มากบ้างน้อยบ้างขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละคน ตะคริวนั้นอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุจนก่อให้เกิดการเกร็งของกล้ามเนื้ออย่างรุนแรง

กล้ามเนื้อขาของเราอาจจะแบกรับน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น มดลูกที่ขยายใหญ่ขึ้นอาจไปกดทับเส้นเลือดดำใหญ่ของขา ประกอบกับฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงไปขณะตั้งครรภ์ร่วมด้วย นอกจากนี้ ตะคริวยังเกิดจากการขาดสารอาหารบางอย่าง เช่น แคลเซียม แมกนีเซียม และเกลือในกระแสเลือด เนื่องจากเด็กดึงสารอาหารเหล่านี้ผ่านรกไปใช้เพื่อการเจริญเติบโตในครรภ์ แต่ก็ยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่าถ้าคุณทานวิตามินเสริมแร่ธาตุที่คุณขาดแล้ว จะช่วยป้องกันตะคริวได้ ไม่ว่าจะเกิดจากสาเหตุอะไรก็ตาม ความเจ็บปวดจากตะคริวก็ทำให้เราสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึกได้ทันทีวิธีป้องกันตะคริว

 

 


5 อาการยอดฮิตช่วงท้องไตรมาส 3

อาการเหนื่อยง่ายเมื่อครรภ์ใหญ่ขึ้น

อาการเหนื่อยง่ายเมื่อครรภ์ใหญ่ขึ้นเกิดขึ้นเนื่องจากมดลูกขยายใหญ่ขึ้นตามขนาดตัวของเด็กที่เติบโตภายในครรภ์ มดลูกจะดันกระเพาะอาหาร และลำไส้ขึ้นบน ส่งผลให้กระบังลมถูกดันสูงขึ้น นอกจากนั้นมดลูกยังดันผนังหน้าท้อง ให้ยื่นออกมา ทั้งกระบังลมและผนังหน้าท้องมีส่วนช่วยในการหายใจ จึงไม่แปลกใจที่คุณจะรู้สึกหายใจลำบากเมื่อครรภ์ใหญ่ขึ้น อาการเหนื่อยง่ายเมื่อครรภ์ใหญ่ขึ้นพบได้บ่อย เนื่องจากหัวใจต้องสูบฉีดเลือดเพิ่มมากขึ้น เลือดบางส่วนต้องไปเลี้ยงลูกในครรภ์ เลือดส่วนที่ไปเลี้ยงบริเวณขาจะไหลกลับสู่หัวใจลำบาก โดยเฉพาะเวลายืนหรือเดิน โดยส่วนตัวแล้วนอกจากจะเหนื่อยเวลาเดิน แล้ว แค่นั่งคุยอยู่เฉย ๆ ก็รู้สึกเหนื่อยแล้วละค่ะ

วิธีลดอาการเหนื่อยง่าย

หากคุณเดินแล้วเหนื่อยหรือเกิดอาการหายใจลำบาก ควรค่อย ๆ นั่งยอง ๆ โดยใช้มือใดมือหนึ่งเกาะเสาหรือหลักให้แน่น ควรสูดหายใจลึก ๆ ให้เต็มปอด เลือดจะกลับสู่หัวใจมากขึ้น และเลือดบางส่วนจะไปเลี้ยงสมองมากขึ้น ช่วยลดอาการเหนื่อยและหายใจลำบากได้ดี

บทความแนะนำ: น้ำหนักควรขึ้นเท่าไหร่ เมื่อตั้งครรภ์

ตะคริว

ดิฉันว่าทุกคนคงเคยเป็นตะคริวเวลาท้องบ้าง มากบ้างน้อยบ้างขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละคน ตะคริวนั้นอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุจนก่อให้เกิดการเกร็งของกล้ามเนื้ออย่างรุนแรง

กล้ามเนื้อขาของเราอาจจะแบกรับน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น มดลูกที่ขยายใหญ่ขึ้นอาจไปกดทับเส้นเลือดดำใหญ่ของขา ประกอบกับฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงไปขณะตั้งครรภ์ร่วมด้วย นอกจากนี้ ตะคริวยังเกิดจากการขาดสารอาหารบางอย่าง เช่น แคลเซียม แมกนีเซียม และเกลือในกระแสเลือด เนื่องจากเด็กดึงสารอาหารเหล่านี้ผ่านรกไปใช้เพื่อการเจริญเติบโตในครรภ์ แต่ก็ยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่าถ้าคุณทานวิตามินเสริมแร่ธาตุที่คุณขาดแล้ว จะช่วยป้องกันตะคริวได้ ไม่ว่าจะเกิดจากสาเหตุอะไรก็ตาม ความเจ็บปวดจากตะคริวก็ทำให้เราสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึกได้ทันทีวิธีต่อไปนี้อาจจะช่วยให้คุณหลีกเลี่ยงตะคริวที่ขาได้บ้างนะคะ

• ยืดน่อง ยืนห่างจากกำแพง 1 เมตร แล้วใช้มือยันกำแพงไว้ พยายามให้ฝ่าเท้าแบบราบติดพื้นไว้นะคะ ทำค้างไว้ครั้งละ 5 วินาที เซ็ตละ 5 ครั้ง ทำสัก 3 เซ็ด โดยเฉพาะก่อนนอนนะคะ

• ดื่มน้ำเยอะ ๆ อย่างน้อยก็ให้ถึง 8-10 แก้วต่อวันนะคะ แต่ถ้าหากคุณไม่อยากตื่นขึ้นมาเข้าห้องน้ำบ่อย ๆ ก็ลองดื่มน้ำก่อนนอนสัก 2-3 ชั่วโมงก่อนนอน

• หลีกเลี่ยงการนั่งไขว่ห้างและการยืนในระยะเวลาติดต่อกันเป็นเวลานาน

• อาบน้ำโดยการนอนแช่น้ำอุ่น แต่หากคุณไม่มีอ่างอาบน้ำก็สามารถใช้ถังน้ำแล้วใส่น้ำอุ่นแช่น้ำตั้งแต่เข่าถึงเท้าได้เหมือนกันค่ะ

บทความแนะนำ: เซ็กซ์ขณะตั้งครรภ์

ทำอย่างไรเมื่อสะดุ้งตื่นเพราะตะคริวกลางดึก

สิ่งแรกที่ต้องทำคือยืดกล้ามเนื้อค่ะ ยืดขาเริ่มจากส้นเท้าก่อนเป็นอันดับแรก ตามด้วยข้อเท้าและนิ้วเท้าค่ะ ช่วงแรกก็ต้องทนเจ็บหน่อยนะคะ แต่ว่าความปวดจะค่อย ๆ หายไป ไม่อย่างนั้นก็ลองนวดหรือเดินยืดขาสักพักก่อนกลับเข้าไปนอน วิธีที่ดิฉันใช้แล้วได้ผลทุกครั้งคือ พอรู้ว่าเป็นตะคริวปุ๊บก็กลั้นใจทนปวดแล้วรีบลุกขึ้นยืนตรงเลยค่ะ อาจจะใช้มือช่วยพยุงโดยเกาะกำแพงเอาไว้เป็นหลักนะคะ เพราะวิธีนี้ช่วยให้ตะคริวหายไปในระยะเวลาแป๊บเดียวเอง

บทความแนะนำ: เตรียมตัวโค้งสุดท้ายก่อนคลอด

ริดสีดวง

ช่วงเวลาที่คุณท้องทำให้คุณมีโอกาสเป็นริดสีดวงทวารได้ง่ายขึ้น เนื่องจากมดลูกที่มีขนาดใหญ่ขึ้นไปกดทับเส้นเลือดดำบริเวณด้านขวาของร่างกายทำให้ระบบไหลเวียนเลือดบริเวณนั้นทำงานไม่ปกติ ส่งผลให้เส้นเลือดดำบริเวณทวารหนักปูดออกมา ซึ่งมีขนาดตั้งแต่เมล็ดถั่วถึงผลองุ่น เวลาขับถ่ายจึงเกิดการเสียดสีและเกิดเลือดออกบริเวณทวารหนัก สร้างความระคายเคืองและความเจ็บปวด

วิธีการดูแลตัวเองหากเป็นริดสีดวง

หากพบว่าเป็นริดสีดวงสิ่งแรกที่คุณควรทำคือพยายามรักษาความสะอาดบริเวณทวารหนัก และใช้กระดาษทิชชูที่นิ่ม ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง

• ใช้ความเย็นประคบบริเวณที่เป็นริดสีดวงหลายครั้งต่อวัน เพื่อลดอาการบวมของหลอดเลือดดำที่ปูดออกมา

• แช่ก้นในน้ำอุ่นครั้งละ 15 นาที หรือลองแช่น้ำอุ่นสลับกับการประคบน้ำแข็งก็ได้ค่ะ

• วิธีต่อไปนี้ฟังดูแล้วอาจจะสยองสักหน่อย แต่คุณสามารถทำเองที่บ้านได้เช่นกันนั่นคือ ดันริดสีดวงให้กลับเข้าไปข้างในทวารหนักเพื่อลดการเสียดสีค่ะ ก่อนทำควรล้างมือให้สะอาดทุกครั้ง วันหนึ่งอาจจะต้องทำหลายครั้งสักหน่อย ถ้าลองทำแล้ว 2-3 วันยังไม่รู้สึกดีขึ้นก็ควรไปพบแพทย์ แพทย์จะดันริดสีดวงกลับเข้าไปให้คุณพร้อมทั้งให้ยาเหน็บก้นเพื่อลดการเสียดสีและหล่อลื่นบริเวณทวารหนัก และยาผสมกับน้ำเพื่อทำให้อุจจาระไม่แข็ง จะได้ถ่ายได้สะดวก ไม่เจ็บและไม่มีเลือดไหล ที่สำคัญคุณควรทานอาหารที่มีกากใยเพื่อช่วยในการขับถ่าย หลีกเลี่ยงการท้องผูก ดื่มน้ำเยอะ ๆ และเวลาท้องคุณไม่ควรซื้อยาทานเองนะคะ

 


ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เพจ TheAsianParent Thailand

ข่าวดาราบน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์