สอนลูกให้รู้จักการ “รอคอย”

สอนลูกให้รู้จักการ “รอคอย”

เด็กสมัยนี้ชอบความสะดวกรวดเร็ว ไม่ชอบการรอคอย ใจร้อน และมีความอดทนต่ำ ซึ่งหากปล่อยให้เกิดพฤติกรรมเช่นนี้ย่อมส่งผลเสียในระยาวอย่างแน่นอน การจะแก้ไขพฤติกรรมของลูกได้ คุณพ่อคุณแม่ จึงต้องร่วมกันสร้างทิศทางและเป้าหมายในการสอนลูก (Direction) ให้รู้จักการรอคอยตั้งแต่เนิ่นๆ ค่ะ

คุณพ่อคุณแม่ที่กำลังประสบปัญหาลูกขาดความอดทน ไม่รู้จักรอคอย เอาแต่ใจตัวเองอยากได้อะไรต้องได้ทันที หากถูกขัดใจ ก็ร้องไห้งอแง อาละวาด โวยวาย หรือให้ทำงานที่มอบหมาย ก็ไม่อดทนทำให้สำเร็จ และมีปัญหาในการควบคุมอารมณ์ ซึ่งทั้งหมดมีสาเหตุมาจากการเลี้ยงดูของคุณพ่อคุณแม่ ที่ไม่ได้ฝึกความอดทนของลูกอย่างถูกวิธีและการเลี้ยงดูแบบขัดใจแล้วยอมตามความต้องการของเด็ก ซึ่งเมื่อเด็กถูกขัดใจจะไม่รับฟังเหตุผลที่คุณพ่อคุณแม่อธิบายให้ฟัง แต่จะแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม เช่น ร้องไห้ อาละวาด ต่อรอง แสดงความก้าวร้าว เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่ยอมตามที่เด็กต้องการ เมื่อคุณพ่อคุณแม่หมดความอดทน สงสาร หรือตัดปัญหายอมให้ในสิ่งที่เด็กต้องการ เท่ากับเป็นการส่งเสริมให้เด็กเอาแต่ใจมากขึ้น ขาดความอดทน และแสดงพฤติกรรมที่เป็นปัญหารุนแรงมากกว่าเดิม เพื่อเอาชนะคุณพ่อคุณแม่

 

ก่อนที่คุณพ่อคุณแม่ท้อใจไปกับพฤติกรรมของลูก คุณพ่อคุณแม่ควรเข้าใจถึงพัฒนาการของลูกในวัยทารกซึ่งเป็นช่วงที่เอาแต่ใจตนเอง ยังไม่รู้จักที่จะควบคุมอารมณ์และความต้องการของตนเองได้ คุณพ่อคุณแม่มีหน้าที่ในการตอบสนองความต้องการ ที่สำคัญควรหัดให้ลูกเรียนรู้ที่จะรอคอย เช่น เมื่อลูกร้องหิวนม ขณะชงนม คุณพ่อคุณแม่อาจส่งเสียงปลอบลูกพร้อมบอกให้ลูกรู้ว่าคุณพ่อคุณแม่กำลัง ชงนมให้ลูก เพื่อฝึกให้ลูกรู้จักรอคอย ซึ่งวิธีนี้ลูกจะค่อยๆ พัฒนาเรียนรู้ถึงการอดทนรอคอย การเล่นก็เช่นกัน ควรมีขอบเขต เพื่อฝึกให้ลูกรู้จักกฎกติกาและรู้จักควบคุมตนเอง อย่างไรก็ตาม คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรใช้คำพูดห้ามปรามบ่อยครั้ง หากต้องลุกไปหยิบของที่ไม่สามารถเล่นได้ออก และหาสิ่งอื่นให้ลูกแทน วิธีการเหล่านี้เป็นหนทางในการลดอาการเอาแต่ใจของลูกและช่วยการสอนลูกให้รู้จักอดทนและรอคอย


สอนลูกให้รู้จักการ “รอคอย”

   ฝึกลูกอย่างไรให้รู้จักรอคอยต้องไม่ตอบสนองลูกในทันที 

เพื่อให้ลูกได้รู้จักการรอคอย และไม่ถูกตามใจมากจนเกินไป

 

         ฝึกสมาธิ จดจ่อด้วยเกมและการเล่น เช่น การต่อบล็อก ต่อจิ๊กซอว์ เป็นต้น

 

         สัญญาต้องเป็นสัญญาในการฝึกการรอคอย คุณพ่อคุณแม่หลายคนอาจบอกลูกไว้ว่า “ถ้าทำงานเสร็จแล้วจะเล่นกับลูก” ซึ่งเมื่อคุณพ่อคุณแม่เสร็จจากการงานแล้วก็ต้องรักษาสัญญานั้นด้วยค่ะ และควรกำหนดช่วงเวลาที่ลูกรับรู้ได้ว่าคุณพ่อคุณแม่จะทำตามที่ลูกร้องขอ เช่น หลังกินข้าว ก่อนนอน เป็นต้น

         หากิจกรรมให้ลูกทำระหว่างรอ คุณพ่อคุณแม่สามารถถามความคิดเห็น หรือเสนอแนะกิจกรรมที่จะให้ลูกทำระหว่างรอได้ แต่ต้องระวังอย่าให้เป็นการดูโทรทัศน์ เล่นเกมคอมพิวเตอร์หรือเล่นอินเตอร์เน็ตด้วยนะคะ เพราะลูกจะเคยตัวและเมื่อต้อรอคอยอะไรอีก เขาก็จะทำแบบเดิมระหว่างรอ

 

         ชื่นชมเมื่อลูกทำได้เมื่อถึงจุดสิ้นสุดการรอคอย แล้วลูกรอได้โดยไม่ร้องงอแงหรืออาละวาด หรือทำกิจกรรมที่มีประโยชน์ เช่น อ่านหนังสือ ทำการบ้าน ฯลฯ คุณพ่อคุณแม่ควรชื่นชมลูกด้วยนะคะ

 

        ทำให้ลูกดูเป็นตัวอย่างวิธีง่ายๆ ที่จะทำให้ลูกเห็นตัวอย่างที่ดี คือ การเข้าคิวซื้อของค่ะ โดยระหว่างนั้นให้อธิบายกับลูกด้วยว่าทำไมเราถึงต้องต่อแถวกัน ขณะเดียวกันระหว่าต่อแถวอยู่ก็ต้องไม่แสดงท่าทางเร่งรีบให้ลูกเห็นด้วยนะคะ


 

การจะฝึกให้เด็กรู้จักการรอคอยนั้น จะทำสำเร็จได้ก็ต่อเมื่อคุณพ่อคุณแม่ปฏิบัติกันอย่างเคร่งครัดและสม่ำเสมอ เพราะเมื่อฝึกให้ลูกรู้จักอดทนรอคอยได้แล้ว ต่อไปเขาจะเป็นคนตรงต่อเวลา มีเหตุผล รักษาคำพูด ไม่เอาแต่ใจที่สำคัญสามารถทำงานได้สำเร็จลุล่วงตามเป้าหมายที่กำหนด และมีแนวโน้มประสบความสำเร็จในชีวิตอีกด้วย




เครดิต :
เครดิต : เดลินิวส์ (อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์)


ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์