ปรับพฤติกรรมเด็กเอาแต่ใจโวยวาย เรื่องไม่ง่ายที่จริงๆแล้วไม่ยาก

ปรับพฤติกรรมเด็กเอาแต่ใจโวยวาย เรื่องไม่ง่ายที่จริงๆแล้วไม่ยาก


#ปรับพฤติกรรมเด็กเอาแต่ใจโวยวาย_เรื่องไม่ง่ายที่จริงๆแล้วไม่ยาก

ในละครเรื่องวัยแสบสาแหรกขาด2 มีตัวละครเด็กคนหนึ่งที่มักจะร้องกรี๊ด โวยวาย เวลาไม่ได้ดังใจ ทำให้กลายเป็นปัญหาเวลาไปโรงเรียน

‘พีท' เป็นเด็ก 6 ขวบ เรียนอยู่ ป.1 เวลาที่อยู่บ้าน ตายายเป็นคนดูแลพีทเป็นหลัก เพราะแม่ทำงานหนัก แม่ดูเหมือนพยายามไม่ตามใจมีระเบียบวินัยในการเลี้ยงลูก แต่ก็มักจะใจร้อนใช้อารมณ์เวลาพีทมีอาการ ซึ่งยิ่งดูเหมือนจะทำให้พีทโวยวายหนักขึ้น และทุกครั้งก็จะมีตายายคอยให้ท้ายและตามใจทุกเรื่องที่พีทต้องการ

ถ้าอยู่แต่บ้านพีทก็คงใช้ชีวิตไปเรื่อยๆได้ เพราะตายายเข้าใจและตามใจ แต่ในโลกความเป็นจริงพีทต้องไปโรงเรียน ไปอยู่ร่วมกับเพื่อนๆ ครู เมื่อพีทไปเอาแต่ใจ ไม่ยอมรับเวลาที่ต้องทำตามกลุ่ม เช่น เวลาเล่นกับเพื่อน พีทหงุดหงิดจึงไม่ยอมรับกติกาของกลุ่ม ทำให้เพื่อนไม่เล่นด้วย ซึ่งพีทแสดงออกด้วยการร้องโวยวาย กรี๊ด เพราะติดนิสัยว่าทำแบบนี้แล้วได้ผล ทำให้สมใจมาตลอดเหมือนตอนที่อยู่กับตายาย

เรื่องของเด็กที่เอาแต่ใจตัวเอง และชอบกรี๊ดร้องโวยวายอาละวาดเวลาไม่ได้ดังใจนั้น เป็นปัญหาที่พ่อแม่มักจะมาปรึกษาถึงวิธีการจัดการอยู่ค่อนข้างบ่อย

ไม่ว่าจะเป็นเด็กคนไหน ตอนที่ยังเล็กๆ พฤติกรรมร้องโวยวาย กรี๊ดอาละวาดพบได้เป็นปกติตามพัฒนาการ สำคัญที่การจัดการว่าจะทำให้ปัญหานี้ดีขึ้นหรือแย่ลงจนเรื้อรังเมื่อเด็กโตขึ้นไป

สำคัญที่สุดผู้ใหญ่ต้องเข้าใจธรรมชาติและพัฒนาการของเด็ก ว่าเด็กเล็กวัยก่อน 6-7 ปี ยังมีพัฒนาการทางความคิดแบบที่เรียกว่า ยึดตัวเองเป็นศูนย์กลาง Egocentric เด็กอาจยังคิดในมุมมองความรู้สึกของคนอื่นไม่เป็น ไม่ได้ละเอียดอ่อนพอ อยากได้อะไรก็จะเอา โวยวาย ยิ่งบางทีเด็กบางคนมีพื้นอารมณ์แบบปรับตัวยาก หรือเลี้ยงยาก ก็อาจจะมีโอกาสเสี่ยงที่จะมีปัญหาอารมณ์พฤติกรรมได้มากกว่าเด็กที่มีพื้นอารมณ์แบบเลี้ยงง่าย หากได้รับการเลี้ยงดูเอาใจใส่อย่างเข้าใจ เด็กก็จะผ่านไปได้อย่างไม่มีปัญหาอารมณ์พฤติกรรมที่เรื้อรังไปจนโต

แต่สำหรับพีทเวลาที่ไม่พอใจแล้วใช้วิธีกรี๊ด ผู้ใหญ่อย่างตายายกลายเป็นคนส่งเสริมการกรี๊ดโวยวายเองโดยที่ไม่ตั้งใจ พอเด็กอยากได้อะไรตอนแรกตายายอาจพยายามใจแข็งไม่ตามใจอย่างที่เห็นในละคร แต่พอกรี๊ดไปเรื่อยๆ ตายายก็ทนไม่ไหว กลัวว่าจะกรี๊ดก็เลยตามใจ แต่นั่นยิ่งทำให้เด็กเรียนรู้ว่าวิธีกรี๊ดโวยวายนั้นทำให้ได้ในสิ่งที่ต้องการ ก็จะใช้วิธีนี้ต่อไปเรื่อยๆส่วนเวลาที่พีทอยู่กับแม่ พบว่าแม่ก็มีพฤติกรรมคล้ายๆกับพีท คือแม่พยายามหยุดพีทด้วยโวยวายใจร้อนใช้เสียงดัง ส่วนในกรณีทั่วไปผู้ใหญ่บางคนใช้การทำโทษรุนแรง เช่น การตีและดุว่า ตรงนั้นอาจจะทำให้เด็กหยุดกรี๊ดโวยวายได้ชั่วคราว แต่ในระยะยาวเด็กก็จะมีความใจร้อนหงุดหงิดง่ายเพราะได้รับตัวอย่างจากผู้ใหญ่ใกล้ชิด อย่าลืมว่าเด็กเรียนรู้และซึมซับจากผู้ใหญ่ โดยเฉพาะเด็กเล็กชอบเลียนแบบ ถ้าเราอยากให้เด็กอารมณ์ดีไม่โวยวายผู้ใหญ่ต้องไม่โวยวายเป็นตัวอย่างก่อน

ปรับพฤติกรรมเด็กเอาแต่ใจโวยวาย เรื่องไม่ง่ายที่จริงๆแล้วไม่ยาก


ในกรณีของพีทสิ่งที่ผู้ใหญ่ควรทำเวลาพีทโวยวายเพื่อปรับพฤติกรรม มีดังนี้

1.ห้ามตามใจเพื่อหยุดการกรี๊ดโวยวายของเด็ก (ไม่งั้นเด็กจะเรียนรู้ว่ากรี๊ดโวยแล้วได้ผล ก็จะทำต่อไปๆเรื่อยๆ)

2.ห้ามตี ห้ามตะโกน ห้ามตวาดเด็ก อาจใช้เสียงที่มีน้ำหนักและเด็ดขาด (ผู้ใหญ่บางคนพอเด็กกรี๊ดหรือโวยวายก็จะโวยวายใส่เด็กหรือกลายเป็นตะโกนใส่กัน ยิ่งทำให้เหมือนเป็นการราดน้ำมันบนกองไฟ ถ้าเด็กกำลังไฟลุก ผู้ใหญ่ต้องทำตัวเป็นน้ำ เพื่อให้เด็กเย็นลงโดยการจัดการอารมณ์เด็กอย่างเหมาะสม)

3.ควรใช้คำพูดสะท้อนอารมณ์สั้นๆ เช่น "แม่รู้ว่าพีทกำลังโกรธ"

4.ไม่ต้องพูดสอนอะไรตอนเด็กโวยวาย เพราะเด็กกำลังโกรธ เขาไม่ฟัง แถมยังเป็นการกระตุ้นให้โกรธมากขึ้น

5.รอให้เด็กใจเย็นลง บางทีอาจจะนาน บางทีเขาจะร้องดังเป็นการทดสอบ แต่สักพักเขาจะเรียนรู้ว่ากรี๊ดไปก็ไม่ไม่ประโยชน์ และเลิกใช้วิธีนี้เพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ต้องการ

6.เวลาที่เด็กหยุดกรี๊ดโวยวาย เข้ามาหาผู้ใหญ่ ตอนนั้นก็ให้คุยกับเด็กดีๆ ไม่ต้องพูดประชด พูดดักคอ หรือเหน็บแนม ชมเชยเขาสักหน่อยที่อย่างไรเสียก็ควบคุมตัวเองได้ในที่สุด เช่น "แม่ชื่นใจนะเพราะหนูถึงแม้จะโกรธและหงุดหงิดมาก แต่ก็ใจเย็นลงได้ หนูมีความพยายามดีมาก"

7.อย่าลืมชมเชยเวลาเด็กไม่กรี๊ด หรือเด็กพูดดีๆ เวลาต้องการอะไร บางทีเมื่อผู้ใหญ่พบว่าเด็กมีปัญหาตรงนี้ ก็มัวเพ่งเล็งปัญหา และใช้แต่การตำหนิ จนลืมคิดไปว่าช่วงที่เด็กโอเคและไม่กรี๊ดโวยวายก็มีอยู่บ้าง แต่ผู้ใหญ่ลืมที่จะดึงตรงนั้นมาชื่นชมเด็ก เวลาที่เด็กน่ารัก อย่าลืมดึงเด็กเข้ามากอดและบอกเขาว่าผู้ใหญ่ชอบมากเลยที่เขาไม่โวยวายและพูดดีๆ

ปรับพฤติกรรมเด็กเอาแต่ใจโวยวาย เรื่องไม่ง่ายที่จริงๆแล้วไม่ยาก

8.ถ้าจัดการปัญหาไม่ได้ อาจพิจารณาดูว่าผู้ใหญ่เองอาจจะเครียดอยู่เดิม หรือมีปัญหาสุขภาพจิตบางอย่างหรือเปล่า เพราะถ้าผู้ใหญ่เครียดหรือมีปัญหาบางอย่าง อารมณ์พื้นฐานของผู้ใหญ่ไม่ดีหรือไม่มั่นคง เด็กอาจไม่เข้าใจทั้งหมดแต่รับรู้จากสีหน้าของผู้ใหญ่ที่เครียด บึ้งตึง บรรยากาศโดยรวมของการอยู่ด้วยกันก็จะไม่ดี เด็กก็จะมีความเครียดไปด้วย อารมณ์ก็ไม่มั่นคง เวลาหงุดหงิด ก็อาจแสดงออกด้วยการกรี๊ดโวยวายมากขึ้นได้ และเมื่อผู้ใหญ่เครียด การจัดการกับเด็กก็จะไม่ค่อยดีเท่าที่ควร ดังนั้นผู้ใหญ่ต้องเตรียมตัวเองให้พร้อมก่อน

9.ค่อยๆวิเคราะห์พิจารณาดูที่มาของการกรี๊ดโวยวายของเด็ก เช่น เด็กบางคนอาจมีพัฒนาการทางการสื่อสารล่าช้า เช่น พูดไม่ได้คล่อง เด็กบางคนอยากได้ในสิ่งที่ต้องการ ตรงนี้ต้องสอนเรื่องการสื่อสารอย่างเหมาะสม หรือฝึกพูด เด็กบางคนมีอารมณ์อย่างมากกับเรื่องบางเรื่อง เช่นดีใจมาก โกรธมาก จะใช้วิธีกรี๊ดเป็นการระบายอารมณ์ที่ท่วมท้นนั้น ก่อนอื่นผู้ใหญ่ก็ต้องให้ความเข้าใจอารมณ์ความรู้สึกของเด็กก่อน โดยรอให้เขาอารมณ์สงบลง แล้วเราค่อยสอนวิธีการจัดการกับอารมณ์อย่างเหมาะสม ที่สำคัญผู้ใหญ่ต้องทำให้ดูเด็กก็จะซึมซับรู้ว่าควรจัดการกับอารมณ์อย่างไร เด็กบางคนกรี๊ดโวยวายเพราะอยากให้ผู้ใหญ่สนใจมากขึ้น ตรงนี้เจอบ่อยในครอบครัวที่พ่อแม่ไม่ค่อยมีเวลา หรือพ่อแม่เพิ่งมีลูกคนใหม่ อย่าลืมดูที่สาเหตุ ทำความเข้าใจจะจัดการได้ง่ายขึ้น

10.ผู้ใหญ่ควรมีเวลาดีๆร่วมกันกับเด็ก การมี Time-in ที่มีคุณภาพ เล่านิทาน วาดรูปเล่นกัน ร้องเพลง ทำกิจกรรมกัน จะทำให้อารมณ์พื้นฐานของเด็กดีและเด็กจะเชื่อฟังคนที่เขามีเวลาร่วมกันมากกว่า หลายครอบครัวที่พ่อแม่ไม่ค่อยมีเวลาให้ลูก พอพบกันก็จะพยายามปรับพฤติกรรมให้เด็กเชื่อฟัง ยกตัวอย่างแม่ของพีท เพราะที่ผ่านมาแทบไม่ได้ใช้เวลากับเด็ก จะไปหวังให้เด็กเชื่อฟังบางทีก็ยาก ดังนั้นอย่าลืมมีเวลากับเด็กๆให้มากเท่าที่ทำได้

11.หากไม่ได้ผลควรจะปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ เด็กบางคนมีปัญหาบางอย่างที่ต้องการการช่วยเหลือเป็นกรณีเฉพาะ เช่น เด็กที่มีปัญหาพัฒนาการล่าช้า สมาธิสั้น โรคทางอารมณ์บางอย่าง ฯลฯ ผู้ใหญ่อาจต้องพาเด็กมารับการประเมินเป็นกรณีเฉพาะกับจิตแพทย์เด็กหรือกุมารแพทย์พัฒนาการและพฤติกรรมเด็ก

หวังว่าคงจะมีประโยชน์ไม่มากก็น้อยนะคะ เป็นกำลังใจให้ผู้ใหญ่ทุกๆคนที่กำลังพบกับปัญหาเด็กเอาแต่ใจ กรี๊ดและโวยวายค่ะ

เครดิตแหล่งข้อมูล : FB เข็นเด็กขึ้นภูเขา

 

ข่าวดาราบน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
" ประกาศ "
ละเว้นการทำผิดศีล โดยไม่ส่งข้อความที่สร้างความไม่สบายใจกับผู้อื่น
ความเห็น : 
เพศ : 
 ชาย    หญิง    ไม่ระบุ
โดย : 
 

ทางทีมงานไม่ขอรับผิดชอบข้อความต่างๆ ขอให้ผู้โพสรับผิดชอบตัวเอง และรับผิดชอบต่อสังคม
ถ้าข้อความใดส่งผลต่อประเทศชาติ ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่ เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิด



กระทู้เด็ดน่าแชร์